ชมรมตำรวจอาสาสถานีตรวจภูธรหนองขาม

วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ผู้ช่วยเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ตรวจสถานบันเทิงป้องกันอาญชกรรม




ตำรวจอาสาเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ช่วยกันตรวจบัตรประชาชนนักท่องเที่ยว
ตามสถานบันเทิงต่างๆเพื่อป้องกันอาญชกรรม
ในพื้นที่รับผิดชอบ สภ.หนองขาม
โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้นำทีม





นักท่องเที่ยวและพนักงานสถานประกอบการให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี



ให้คำแนะนำโดยตำรวจอาสาหญิง




ทุกคนที่มาดื่มกินพกบัตรประชาชนมาทุกคน





ตำรวจอาสา สภ.หนองขาม ปฎิบัติหน้าด้วยความสุภาพ






โชว์บัตรประชาชน



มีแต่ใบขับขี่

วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เมาไม่ขับ


เพิ่มโทษเมาแล้วขับ


กำลังอยู่ในช่วงโค้งสุดท้าย...เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ หลายหน่วยงานเร่งรณรงค์ให้ผู้คนตระหนักถึงอุบัติเหตุ ที่จะเกิดขึ้นระหว่างเดินทาง

          สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ระบุว่า 1 ล้าน 2 แสนคน...คือตัวเลขผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนทั่วโลกในแต่ละปี

          ในจำนวนนี้มีชีวิตที่จากไปบนท้องถนนเมืองไทยไม่น้อย...ปี 2551 มีผู้เสียชีวิต 11,267 คน...ตายเฉลี่ยวันละ 33 คน

          ถ้าเป็นช่วงเทศกาลใหญ่ จะตายเพิ่มเป็นทวีคูณ อยู่ที่วันละ 5060 คน หากคิดเป็นอัตราผู้เสียชีวิต พบว่า สูงถึง 17.7 คนต่อประชากร 1 แสนคน

          สะท้อนว่า...อุบัติเหตุทางถนนเป็นปัญหาที่หนักหนาในบ้านเรา

          อุบัติเหตุไม่ใช่เรื่องของเวรกรรมหรือโชคชะตา แต่เป็นปัญหาที่ป้องกันได้ ผลการศึกษาขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า การออกแบบผังเมือง และการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่มีคุณภาพเป็นหัวใจหนึ่งในการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

          เมื่อดูในเชิงโครงสร้าง แนวโน้มการขนส่งสาธารณะประเทศไทย โตเพียง 10-20 เปอร์เซ็นต์ เป็นสัดส่วนที่ช้าเมื่อเทียบ
กับปริมาณรถส่วนบุคคล...ที่เพิ่มถึง 80 เปอร์เซ็นต์



      คำถามสำคัญมีว่า...ใครต้องรับผิดชอบ?

          งานประชุมวิชาการ "ยกระดับการบังคับใช้กฎหมายเมาแล้วขับให้มีประสิทธิภาพ" จัดโดยศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) มูลนิธิเมาไม่ขับ เครือข่ายลดอุบัติเหตุและสำนักงานองค์กรงดเหล้า สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่จังหวัดชลบุรี เมื่อเร็วๆนี้

          นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) ให้ทรรศนะว่า ประเทศไทยถึงจะมีกฎหมาย...เมาแล้วขับ มีโทษทั้งจับและปรับ เพิกถอนหรือระงับใบอนุญาตขับขี่ รวมทั้งนำมาตรการคุมประพฤติมาใช้ แต่ยังไม่สามารถลดการเกิดอุบัติเหตุได้

          "องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้คะแนนมาตรการแก้ปัญหาเมาแล้วขับ ของไทยเพียง 5 เต็ม 10 คะแนน...ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ต่ำ เป็นผลจากการดำเนินการตรวจจับและการลงโทษที่ยังขาดประสิทธิภาพ"

          เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่ดำเนินการแก้ปัญหาเมาแล้วขับอย่างได้ผล เช่น ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น พบว่า ประเทศเหล่านี้มีมาตรการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในผู้ขับขี่ได้อย่างครอบคลุม รวมทั้งมีบทลงโทษผู้กระทำผิดในสัดส่วนที่สูงทั้งโทษจำและโทษปรับ

          นพ.ธนะพงศ์ บอกอีกว่า รัฐวิกตอเรีย ในออสเตรเลีย มีประชากร 4.8 ล้านคน แต่มีมาตรการด้านวิศวกรรมจราจรและการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด จนสามารถลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนจากประมาณ 1,000 ราย เหลือเพียง 300 ราย

          ปี 2551 สามารถตรวจระดับแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่รถได้ถึง 3.5 ล้านครั้ง แม้จะมีตำรวจจราจรเพียง 3 พันคน

          เหลียวมองประเทศไทย...การบังคับใช้กฎหมายยังขาดประสิทธิภาพ อุปกรณ์ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ก็ยังมีจำกัด ไม่เพียงพอครอบคลุม รวมถึงบทลงโทษผู้กระทำความผิดยังไม่สามารถลดพฤติกรรมเมาแล้วขับได้

          ผลการสำรวจพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าควรเพิ่มโทษ ค่าปรับให้สูงขึ้นโดยเฉพาะผู้ที่กระทำผิดซ้ำและเพิ่มโทษกักขังแทนการลงอาญา

          ต่างประเทศ 1 ใน 3...ของคนที่ฝ่าฝืนกฎหมายเมาแล้วขับ เป็นการทำผิดซ้ำ หลายประเทศจึงกำหนดมาตรการลงโทษเฉพาะสำหรับผู้ กระทำผิดซ้ำ

          เช่น โทษจำคุก ปรับ และยึดใบขับขี่ ยึดทะเบียนรถหรือยึดรถ และให้เข้ารับการบำบัดการติดเหล้า

          ย้ำสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุทางถนน 4 ประการ หนึ่ง...ดื่มแล้วขับ สอง...ขับรถซิ่ง สาม...ง่วงแล้วขับ สี่...ขับรถสวนทาง สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะว่า ทางรอดที่ทำได้ง่ายๆ เริ่มจาก...

          "ตั้งสติก่อนสตาร์ต" แล้วก็ปฏิบัติตนด้วยการย้อนศรสาเหตุข้างต้น "ดื่มไม่ขับ...ขับไม่ซิ่ง...ง่วงไม่ขับ แล้วก็...โทร.ไม่ขับ"

          ย้ำให้รู้กันบ่อยๆ กฎหมายห้ามผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

          ผู้ที่ดื่มแล้วขับ ถูกตรวจพบว่ามีระดับแอลกอฮอล์เกิน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี...ปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ศาลอาจสั่งให้ถูกคุมประพฤติ ทำงานบริการสังคม ซึ่งอยู่ในดุลยพินิจของศาล

          ดื่มแล้วขับ...ถูกจับคุมประพฤติ จะถูกให้พักใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 2 เดือน, ต้องทำงานบริการสังคม, ต้องเข้ารับการอบรมหลักสูตร "การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม" ภายใต้การดูแลของเจ้าพนักงานคุมประพฤติ

          กรณีดื่มแล้วขับ...ทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ หรือได้รับอันตราย มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี...ปรับไม่เกิน 20,000-40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน

          หากทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายบาดเจ็บสาหัส มีโทษจำคุก 26 ปี... ปรับ 40,000100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใบอนุญาตขับขี่ ไม่น้อยกว่า 1 ปี

          โทษขั้นรุนแรงที่สุด ดื่มแล้วขับ ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

          จำคุก 310 ปี...ปรับ 60,000200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

          สมัชชาสุขภาพ รายงานบรรยากาศลานเบียร์ช่วงลมหนาว ที่ผุดขึ้นมาทั่วเขตเมือง พร้อมกับกิจกรรมส่งเสริมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในหลากหลายรูปแบบ

          จัดคอนเสิร์ต กิจกรรมบันเทิงดารา นักร้อง คนดัง...เจาะกลุ่มนักดื่มวัยรุ่น วัยทำงาน ด้วยการพ่วงชื่อยี่ห้อ พร้อมส่วนลด...ตามเงื่อนไข เข้าไปในบัตรกิจกรรมนั้นๆ

          ที่ต้องตอกย้ำ เพราะแอลกอฮอล์ไม่ใช่สินค้าธรรมดา คนไทยไม่น้อยนิยมบริโภคในปริมาณสูงจนน่าตกใจ...ขณะเดียวกัน ก็มีนักดื่มหน้าใหม่เพิ่มขึ้นปีละ 260,000 คน

          โดยเฉพาะช่วงอายุ 1219 ปี...เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก



          องค์การอนามัยโลกแสดงตารางเปรียบเทียบการดื่มในวัยผู้ใหญ่...ภายใน 2 ชั่วโมง พบว่า นักดื่มผู้ใหญ่ชาย ดื่ม 5 แก้ว...ปริมาณดื่มแอลกอฮอล์เฉลี่ยต่อวัน 85.72 กรัม มีระดับความเมา... "ดื่มหนักจนเมามาย"

          นักดื่มผู้ใหญ่หญิง ดื่ม 4 แก้ว...ปริมาณดื่มแอลกอฮอล์เฉลี่ยต่อวัน 51.99 กรัม มีระดับความเมา...เมามายเท่ากัน

          ถ้าเป็นนักดื่มเยาวชนหน้าใหม่ชาย ตารางไม่ได้ระบุจำนวนแก้ว แต่วัด... ปริมาณดื่มแอลกอฮอล์เฉลี่ยต่อวันได้สูงถึง 1,118.35 กรัม มีระดับความเมา... "ดื่มหนักจนอันตราย"

          ส่วนนักดื่มหน้าใหม่เยาวชนหญิง ปริมาณดื่มแอลกอฮอล์เฉลี่ยต่อวัน อยู่ที่ 61.99 กรัม มีระดับความเมา... "ดื่มหนักจนอันตราย" เหมือนกัน

          "ที่น่าเป็นห่วง...อายุเฉลี่ยของนักดื่มหน้าใหม่เริ่มลดลง จากเดิมที่เป็นนักเรียน นักศึกษาระดับมัธยมศึกษา แต่ปัจจุบันพบว่า นักเรียนในระดับประถมศึกษาก็เริ่มมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน" สงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานองค์กรงดเหล้า สสส. บอก

          สงกรานต์ บอกว่า ประเทศไทยเก็บภาษีจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ปีละประมาณ 9 หมื่นล้านบาท แต่จากรายงานของกระทรวงสาธารณสุข กลับพบว่า... ประเทศไทยต้องสูญเสียรายได้ให้กับธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์... ตกประมาณปีละ 4 แสนล้านบาท



          "สอง...แสนล้านบาท ได้จากผู้ที่ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาบริโภค ส่วนใหญ่ จะเป็นผู้ที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง...ส่วนอีก...สองแสนล้านบาท ได้จากภาษีของประชาชนที่รัฐบาลนำไปใช้เยียวยาความสูญเสียที่เกิดจากอุบัติเหตุ...เมาแล้วขับ"

          เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นพิษภัยสำคัญที่เกี่ยวโยงกับสุขภาวะคนไทยทั้งประเทศ การที่รัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเยียวยาปัญหาที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งทางตรง...ทางอ้อม ถือเป็นภาระที่ใหญ่หลวง

          เมื่อเทียบภาษีที่เก็บได้กับความเสียหายที่เกิดขึ้น...ยังไงๆก็ได้ไม่คุ้มเสีย

          ทางออกสำคัญ...ยุทธศาสตร์ชาติ จะต้องขับเคลื่อนกฎหมาย นโยบายควบคุมน้ำเมาให้เข้มข้น เพื่อลด ควบคุมขนาด...ความรุนแรงของปัญหาแอลกอฮอล์ในสังคมไทยอย่างได้ผล












ด้วยความปราถนาดีจาก
ตำรวจอาสา สภ.หนองขาม

วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

อย่างนี้ต้องโดน

ความหมายคำว่า อาสาสมัคร

อาสาสมัคร (volunteer) หมายถึง ผู้ที่สมัครใจทำงานเพื่อประโยชน์แห่งประชาชนและสังคม โดยไม่หวังผลตอบแทนเป็นเงิน หรือสิ่งอื่นใด บุคคลที่อาสาเข้ามาช่วยเหลือสังคมด้วยความสมัครใจ เสียสละ เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ป้องกัน แก้ไขปัญหาและ พัฒนาสังคม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
คุณสมบัติที่สำคัญของอาสาสมัครมี 3 ประการ คือ ทำงานด้วยความสมัครใจไม่ใช่ด้วยการถูกบังคับหรือเป็นเพราะหน้าที่ เป็นงานเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนและสังคมหรือสาธารณประโยชน์ และทำโดยไม่หวังผลตอบแทนเป็นเงิน
ผลตอบแทนที่อาสาสมัครได้รับคือความสุข ความภูมิใจที่ได้ปฏิบัติงานที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน สังคม และประเทศชาติ ในปฏิญญาอาสาสมัครได้ให้ความหมายไว้ว่า
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
 
Police Volunteer
 

วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมตำรวจอาสา สภ.หนองขาม

การประชุมคณะกรรมการตำรวจอาสา สภ.หนองขาม
ครั้งที่ 1/2553


วันที่ 17 ตุลาคม 2553 วลา 09.30 น.
ที่ห้องประชุมสถานีตำรวจหนองขาม นายบุญธรรม คงถาวร ประธานชมรมตำรวจอาสา สภ.หนองขาม ได้เป็นประธานที่ประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมตำรวจอาสาสถานีตำรวจหนองขาม โดยรายละเอียดที่ประชุมมีการจัดตั้งคณะกรรมการที่รับผิดชอบดูแลแต่ละฝ่าย เพื่อให้องค์กรของตำรวจอาสามีความเข้มแข็งและการดำเนินงานของตำรวจอาสาเป็นไปตามนโยบายที่ตั้งไว้ และ ในที่ประชุมยังได้มีการกำหนดกฎระเบียบและข้อบังคับต่างๆรวมถึงบทลงโทษของตำรวจอาสาเพื่อให้เกิดประสิทธิ์ภาพในการปฏิบัติหน้าที่
       ในที่ประชุมมีมติให้ติดตามงานบัตรประจำตัวตำรวจอาสาพร้อมรหัสนามเรียกขาน และ นโยบายการจัดตั้งศูนย์วิทยุ เพื่อความคล่องตัวและการปฎิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ และการดำเนินกิจกรรมต่อสังคมเช่น วันพ่อ ที่จะถึงนี้

มติที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมการใช้นามเรียกขานว่า   อินโดจีน

ที่ประชุมได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารดังนี้
นายบุญธรรม       คงถาวร                              ประธาน
นายสมใจ            อินทร์บุตร                           รองประธาน 1
นายกิจติ              สร้อยสน                             รองประธาน 2
ผู้ใหญ่ประสาน     จันทร์กระจ่าง                      เหรัญญิก
ผู้ใหญ่ศรีนวล       โพธิ์นาค                             ผู้ช่วยเหรัญญิก
นายนิยม                                                         เลขานุการ
นางกัลยา             ทองนุ่ม                              ประชาสัมพันธ์
นายบุญไกร          สิมลา                                 ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์
นายเสน่ห์             จันทร์ราตรี                         ปฎิคม
นายศิริชัย            โยธาฤทธิ์                            ผู้ช่วยปฎิคม
นายเสถียร            กอนมล                               ผู้ช่วยปฎิคม
นายพิเชถ             ลบจ่าย                                ผู้ช่วยปฏิคม
นายไชยันต์          แท่นทอง                             รองเลขานุการ
นายระสิทธิ์           ซุนไล้                                  กรรมการ
นายพิทักษ์           สว่างเวช                              กรรมการ






กำหนดประชุมครั้งต่อไป  วันที่ 7  พฤศจิกายน 2553  ที่ห้องประชุมราชพฤษ์ โรงเรียนบ้านหนองค้อ เวลา 10. 00 น. เป็นต้นไป

ปิดประชุมเวลา 12.30 น.

วันพุธที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ข่าวดีสำหรับ เพื่อนตำรวจอาสา สภ.หนองขาม (ชุดหนองขาม)
ร.ต.ท เกียรติพงศ์ กมขุนทด รอง สวป. สภ.หนองขาม
มีโครงการจะนำกำลัง ตร.อส.หนองขามไปฝึกกระโดดหอสูง และยิงปืน

 
หลักสูตรกระโดดหอสูง ปีก สก. ร.21

กรมทหารราบที่๒๑ รักษาพระองค์ฯ ชลบุรี

หลักสูตรกระโดหอสูง

เครื่องหมายเชิดชูเกรียติการทดสอบกำลังใจกระโดดหอสูง ๓๔ ฟุต ของกรมทหารราบที่๒๑ รักษาพระองค์ฯ
เป็นเครื่องหมายที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถให้นำพระนามาภิไธยย่อ “สก” มาประดับไว้บนเครื่องหมาย
ลักษณะของเครื่องหมาย : เป็นรูปปีกนกตรงกึ่งกลางมีพระนามาภิไธยย่อ “สก “ ด้านล่างมีข้อความว่า                 “ สกาย๒๑” 
ชนิดของเครื่องหมายมี : ๓   ชนิด
๑.เครื่องหมายโลหะสีทอง  :  ใช้ประดับกับเครื่องแบบปกติหรือเครื่องแบบปกติขาว
๒.เครื่องหมายผ้าสีเหลือง  :  ใช้ประดับกับเครื่องแบบฝึกหรือเครื่องแบบสนาม
๓.เครื่องหมายผ้าสีน้ำเงิน  :  ใช้ประดับกับเครื่องแบบฝึกหรือเครื่องแบบสนาม
การประดับเครื่องหมาย  : ให้ประดับไว้บนหน้าอกเสื้อด้านซ้ายเหนือกระเป๋าเสื้อ  โดยประดับไว้เหนือเครื่องแบบอื่นใดยกเว้นเครื่องหมายที่มีพระนามาภิไธยย่อ  “ ภปร ” หรือพระนามาภิไธยย่อของพระมหากษัตริย์ของไทยทุกพระองค์และเครื่องหมายธงชาติ

ผู้ที่ผ่านการฝึกจะได้รับ

1.     เครื่องหมายกระโดดหอ  (โลหะสีทอง)









2.     ใบประกาศนียบัตร








หอกระโดดสูง 34 ฟุต



ผ่านการกระโดดรับการติดปีกจากผู้บังคับการฝึก









กระโดดหอเสร็จเข้าฝึกยิงปืน
ที่สนาม นวมินทราชีนี


เข็มยิงปืนเชิดชูเกียรติ



ใบประกาศนีย์บัตร



วันอังคารที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ประชุมคณะกรรมบริหารชมรมตำรวจอาสา



ขอเรียนเชิญคณะกรรมการบริหารชมรมตำรวจอาสา สภ.หนองขาม
ร่วมประชุม ครั้งที่ 1/2553

วาระการประชุม : ติดตามงานและการดำเนินงานแนวทางของชมรมฯ
และอื่นๆ

ในวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๓
เวลา ๐๙.๐๐ น.

ณ  สถานีตำรวจภูธรหนองขาม

ตำรวจอาสาหนองขามขออนุญาติ ว.6

วันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ตำรวจอาสาโปรดทราบ


การออก ว. 4 

คำแนะนำ การจดจำตำหนิรูปพรรณบุคคล
และยานพาหนะคนร้าย
 
การก่ออาชญากรรม การก่อการร้าย ถือได้ว่าเป็นการกระทำของบุคคลทั้งสิ้น บุคคลต้องเข้ามาเกี่ยวข้องในแง่ของผู้กระทำดังที่เรา เรียกกันว่า "คนร้าย"หรือ "ผู้ร้าย"ประกอบกับวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีปัจจุบันได้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว จึงทำให้การกระทำความผิดของคนร้ายมักจะใช้ยานพาหนะต่างๆ เพื่อการหลบหนีอย่างรวดเร็ว
พาหนะที่ใช้เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ฯลฯ ในช่วงเวลาที่คนร้ายกระทำความผิดและหลบหนีนั้นคนร้ายย่อมพยายามจะใช้เวลาให้รวดเร็วที่สุด เพื่อมิให้ผู้ใดพบเห็นและจะให้ลอดพ้นจากการสืบสวนติดตามจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจพนักงานรักษาความปลอดภัยหรือประชาชนทั้งหลายย่อมมีโอกาสได้พบเห็นการ
กระทำความผิดได้ง่ายกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งนี้เนื่องจากหากคนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมักจะไม่กระทำความผิด ดังนั้นการที่ท่านำได้มีโอกาสพบเห็นการกระทำผิดดัง
กล่าว แล้วนั้น ถ้าท่านได้ถูกซักถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นท่านอาจจดจำได้ เฉพาะเหตุกว้างๆเท่านั้นในรายละเอียดอันสำคัญ เช่น รูปพรรณของคนร้าย การหลบหนีด้วยวิธีใด
ท่านอาจจะตอบไม่ถูก ทั้งนี้เพราะท่านอาจไม่สนใจมากนัก หรืออาจเนื่องจากการ ที่ท่านยังไม่ทราบว่าหลักการที่จะสังเกตจดจำรูปพรรณคนร้ายยานพาหนะที่ใช้หลบหนี
เป็นอย่างไร และมีความสำคัญอย่างไร จึงต้องจดจำสิ่งเหล่านั้น

การจดจำตำหนิรูปพรรณของคนร้าย      ยานพาหนะของคนร้ายได้ดีนั้นมีความสำคัญมากต่อการสืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ทั้งนี้เนื่องจากถ้าท่าน
สามารถจดรูปร่างหน้าตาตำหนิรูปพรรณของคนร้าย และลักษณะรูปพรรณคล้ายกับข้อมูลของท่านหรือนำไปสเกตซ์ภาพคนร้ายแล้วประกาศสืบจับโดยทั่วไป ส่วนยานพาหนะที่ใช้นั้นย่อมเป็นแนวทางในการสืบสวนไปถึงตัวผู้เป็นเจ้าของและผู้ที่ใช้ยานพาหนะนั้นซึ่งอาจสันนิษฐานได้ว่าเป็นคนร้ายที่ได้กระทำความผิดอันเป็น
ประโยชน์ต่อการสืบสวนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างยิ่งในผลงานของตำรวจที่ผ่านมาเป็นจำนวนมากที่พลเมืองดีเช่นท่านทั้งหลาย ได้แสดงความ
สามารถในการสังเกตจดจำตำหนิรูปพรรณคนร้าย และยานพาหนะที่ใช้เป็นอย่างดีเป็นผลให้ตำรวจสามารถพิชิตคดีสำคัญๆแล้วได้ตัวคนร้ายมาลงโทษในที่สุด ดังนั้น
เพื่อเป็นการผนึกกำลังร่วมกันระหว่างตำรวจกับประชาชนในอันที่จะป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การก่อความวุ่นวายต่างๆ พวกเราต้องช่วยกันทุกวิถีทางในอันที่จะ
ป้องกันมิให้เกิดเหตุหรือหากมีเกิดขึ้นเราก็สามารถจดจำข้อมูลของคนร้ายและนำมาลงโทษได้ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยความปลอดภัยแก่สังคม หรือสถานที่ที่ท่าน
ดูแลรักษาให้คงอยู่ตลอดไป
ในการนี้จึงขอแนะนำวิธีการจดจำตำหนิรูปพรรณคนร้ายลักษณะยานพาหนะต่างๆ มาให้ท่านได้ทราบ เพื่อเป็นแนวทางในการสังเกตจดจำและโดยเฉพาะอย่างยิ่งตำหนิ
รูปพรรณของคนร้ายหากท่านสามารถจดจำรายละเอียดได้มาก โอกาสที่ทางตำรวจจะจับกุมคนร้ายก็มีมากขึ้นด้วย การสังเกตจดจำตำหนิรูปพรรณบุคคล หรือคนร้าย

1. หลักการของการสังเกตจดจำตำหนิรูปพรรณ มีดังนี้
1.1 สังเกตจดจำสิ่งที่ใหญ่เห็นง่ายไปสู่สิ่งที่เล็กเห็นยาก
1.2 สังเกตจดจำลักษณะเด่น ตำหนิไปสู่ลักษณะปกติธรรมดา
1.3 พยายามอย่าจดจำทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ให้จดจำบางอย่างที่ท่านจดจำได้อย่างแม่นยำ
1.4 เมื่อคนร้ายหลบหนีไปแล้วอย่าถามผู้อื่นว่าเห็นอะไรให้รีบบันทึกตำหนิรูปพรรณที่ท่านเห็นและจดจำได้ลงใน สมุดหรือกระดาษโดยทันที
1.5 มอบรายละเอียดให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง
2. สิ่งที่สามารถจดจำได้ง่าย และควรจดจำก่อน
2.1 เพศ เป็น ชาย หญิง กระเทย
2.2 วัยเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ แก่ ฯลฯ อายุประมาณเท่าใด
2.3 รูปร่าง สูง เตี้ย อ้วน ผอม สันทัด ฯลฯ
2.4 ผิวเนื้อ ขาว ขาวเหลือง ดำ ซีด เหี่ยวย่น ฯลฯ
2.5 เชื้อชาติ ดูจากใบหน้า เป็นคนไทย จีน ลูกครึ่ง แขก ฯลฯ
2.6 รูปหน้า รูปไข่ กลม ยาว เหลี่ยม ฯลฯ
2.7 ผม สั้น หงอก หนา หยิก ตัดทรงอะไร หวีอย่างไร ฯลฯ
2.8 ปาก กว้าง แคบ ใหญ่ ริมฝีปากหนา ฯลฯ
2.9 หู กาง ใหญ่ เล็ก ติ่งหูแหลม ฯลฯ
2.10 ตา เล็ก โต พอง โปน ตาชั้นเดียว สองชั้น ตาเข สวมแว่นตา แว่นกันแดด ฯลฯ
3. สิ่งที่เป็นจุดเด่นผิดปกติ ตำหนิ ที่อาจจดจำได้ง่าย
3.1 ตำหนิ แผลเป็นบนใบหน้า ไฝ ปาน หูด เนื้อติ่งมีลักษณะอย่างไร อยู่ส่วนไหนของร่างกาย
3.2 แผลเป็น มีลักษณะอย่างไร ขนาดเท่าใด อยู่ที่ส่วนไหนของร่างกาย
3.3 ลายสัก สักรูปอะไร สีอะไร อยู่ที่ส่วนใดของร่างกาย
3.4 ความพิการ ตาบอด หูหนวก ใบ้ แขนขาด้วน ลีบ ปากเบี้ยว ฯลฯ
3.5 ท่าทางการเดิน เดินตัวตรง ตัวเอียง ขากะเผลก
3.6 สำเนียงการพูด พูดช้า พูดเร็ว ติดอ่าง สำเนียง เป็นคนไทย จีน ฝรั่ง หรือสำเนียงคนภาคใด
3.7 การกระทำบ่อยๆ สูบบุหรี่จัด พูดเอามือปิดปากติดยาเสพติด เวลาพูดเอามือล้วงกระเป๋า
3.8 การแต่งกาย จดจำเสื้อ กางเกง เช่น แขนสั้น-ยาว ขาสั้น-ยาว ฯลฯ แบบของเสื้อ กางเกง เช่น ยีน เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต
เครื่องแบบนักศึกษา สีอะไร ลายแบบไหนมีตัวเลขอะไรหรือไม่ รองเท้าที่สวมเป็นชนิดใด สีอะไร แบบใด
3.9 เครื่องประดับ มีเครื่องประดับอะไรบ้างที่เห็นได้ชัด เช่น แว่นตา นาฬิกา แหวน สร้อย กระเป๋าถือ ฯลฯ
4. กรณีที่คนร้ายมีการพรางใบหน้า เช่น สวมแว่นตากันแดด สวมหมวกกันน็อค คลุมศีรษะด้วยถุง ฯลฯ
ก็ให้พยายามจดจำสิ่งที่ใช้พราง และจดจำส่วนอื่นๆ ของร่างกายที่มิได้พรางและจดจำได้ง่ายดังที่เคยได้กล่าวมาแล้ว

การสังเกตจดจำยานพาหนะของคนร้าย หรือผู้ต้องสงสัย
1. มีหลักใหญ่ๆ ดังนี้1.1 สังเกตจดจำสิ่งที่ใหญ่ เห็นง่ายไปสู่สิ่งที่เล็กเห็นยาก
1.2 สังเกตจดจำตำหนิ รอยชน สติกเกอร์ จุดเด่นต่าง
1.3 พยายามสังเกต อย่าจดจำทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ให้จดจำบางสิ่งที่ท่านจำได้อย่างแม่นยำ
1.4 เมื่อคนร้ายได้ลบหนีไปแล้ว อย่างถามผู้อื่นว่าเห็นอย่างไร ให้รีบบันทึกลักษณะเอาไว้ทัน ที
1.5 มอบรายละเอียดให้กับตำรวจ หรือผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง
2. สิ่งที่สามารถจดจำได้ง่ายและควรจดจำก่อน2.1 ประเภทรถจักรยานยนต์ รถเก๋งส่วนบุคคล รถยนต์แท็กซี่สาธารณะ รถบรรทุก รถปิ๊กอัพ รถสามล้อเครื่อง รถจี๊ป ฯลฯ
2.2 สีของรถ เป็นรถสีใด บริเวณใด เป็นสีชนิดธรรมดา ลูไซท์ ฯลฯ
2.3 ความเก่า-ใหม่ เป็นรถค่อนข้างเก่าหรือใหม่
2.4 ยี่ห้อ เป็นรถยี่ห้อใด รุ่นปี พ.ศ. ใด (ต้องฝึกดูและจดจำยี่ห้อต่างๆ )
2.5 หมายเลขทะเบียน ดูได้จากแผ่นป้ายทะเบียน ให้จดจำทั้งตัวอักษรและหมายเลข ถ้าเป็นรถต่างจังหวัด ให้จดจำชื่อจังหวัดไว้ด้วย แผ่นป้ายทะเบียนรถประเภทต่างๆ
จะแตก ต่างกันไป เช่น รถเก๋งส่วนบุคคลแผ่นป้ายทะเบียนจะเป็น พื้นสีขาวตัวเลขและตัวอักษรเป็นสีดำ (เป็นป้ายของทางราชการ) ติดข้างหน้า-หลัง รถแท็กซี่แผ่นป้าย
ทะเบียนจะเป็นพื้นสีเหลือง ตัวอักษรสีดำติดทั้งข้างหน้า-หลัง แผ่นป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์จะเป็นพื้นสีขาวตัวเลขตัวอักษรสีดำ ติดข้างหลังเพียงแผ่น เดียวอนึ่ง
ในการสั่งเกตุแผ่นป้ายทะเบียนพยายามสังเกตด้วยว่าเป็นแผ่นป้ายที่ติดไว้อย่างหลวมหรือติดอย่างแน่นหนา หรือมีการพรางเลขอักษรของแผ่นป้ายนั้นๆหรือไม่ด้วย
วิธีการใด (ปัจจุบันคนร้ายมักใช้แผ่นป้ายทะเบียนปลอมหรือมีการพรางเลขหมายทะเบียนและตัวอักษรให้ผิดไปจากความเป็นจริง)
3. สิ่งที่เป็นตำหนิรอยชนที่เห็นได้ชัด3.1 ตำหนิ เช่น กระจกแตก สีลอก มีรอยเจาะที่ตัวถังของรถ ฯลฯ
3.2 รอยชน รอยบุบ รถมีรอยถูกชนบริเวณใด มากน้อยเพียงใด มีรอยบุบที่ใด
3.3 จุดเด่น เป็นรถที่แต่งเพื่อใช้แข่งขัน มีเสาอากาศ ติดอุปกรณ์พิเศษต่างๆ กับรถ ฯลฯ
3.4 สติกเกอร์ ฟิล์มติดสติกเกอร์ บริเวณใด เป็นรูปหรือเครื่องหมาย หรือข้อความใด มีติดฟิล์มกรองแสงมาก-น้อยที่ใด อย่างไร
3.5 แผ่นป้ายที่ติดกับกระจกด้านหน้า ได้แก่ แผ่นป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษี แผ่นป้ายผ่านเข้า-ออกของสถานที่ต่างๆ บางครั้งระบุชื่อไว้ที่แผ่นป้ายถ้าเห็นให้จดจำไว้
ด้วย แผ่นป้ายแสดงสิทธิพิเศษต่างๆ เช่นการจอดรถ การประกันภัย ฯลฯ การสังเกตยานพาหนะรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รถยนต์หมายเลขทะเบียนรถ ตำแหน่งที่ติด
ประเภทรถเก่า รถกระบะ รถบรรทุก สีรถสติกเกอร์ที่ตกแต่ง ยี่ห้อรถ และรุ่น ตำแหน่งป้ายวงกลม ป้ายผ่านเข้า-ออกสถานที่ส่วนบุคคล ตำแหน่งเสาวิทยุ โทรทัศน์
ชนิดไฟท้าย รูปลักษณะสิ่งประดับ เช่น แขวนหน้ารถ ว่างหน้ารถ รถจักรยานยนต์ เลขทะเบียน ตำแหน่งที่ติด ประเภท วิบาก ผู้หญิง สีรถ สติกเกอร์ที่ตกแต่ง ยี่ห้อ
รุ่น ไฟท้าย บังโคลน ท่อไอเสีย แบบและเสียง
3.6 เสียงของเครื่องยนต์ แตรจดจำว่าเสียงอย่างไร รถบางประเภท เสียงเครื่องยนต์ เสียงแตร เฉพาะตัว เสียงรถแข่ง รถปกติ รถสามล้อ รถจักรยานยนต์ย่อมแตกต่าง
กันบางครั้งเห็นยานพาหนะก็อาจสันนิฐานได้ว่าเป็นยานพาหนะอะไร ต้องอาศัยความชำนาญพอสมควร ทั้งหมดที่ได้แนะนำมานี้เป็นเพียงแนวทางในการที่ท่านจะใช้
ในการสั่งเกตจดจำตำหนิรูปพรรณของบุคคล ลักษณะของยานพาหนะที่ต้องสงสัย การที่ท่านจะจดจำได้ดีนั้นขึ้นอยู่กับว่าท่านมีความสนใจและมีการฝึกฝนในการจดจำ
ตามแนวทางมากน้อยเพียงใด วิธีการฝึกจดจำนั้นไม่ใช่ของยากท่านอาจฝึกฝน จดจำบุคคลที่เดินผ่านไปมา หรือยานพาหนะที่ผ่านไปมาแล้วลองบันทึกสิ่งที่ท่านจำได้
แล้วนำไปตรวจสอบกับบุคคล ยานพาหนะจริง อย่างไรก็ตามข้อสำคัญของการสั่งเกตจดจำจะเป็นประโยชน์ต่อการสืบส่วนของตำรวจก็คือข้อมูลที่แม่นยำใกล้เคียงกับ
ความเป็นจริงมากที่สุด ดังนั้นหากท่านไม่แน่ใจในข้อมูลใดๆ ก็ไม่ควรใช้วิธีเดาหรือคิดเอาเอง เพราะถ้าให้ข้อมูลเหล่านี้กับตำรวจแล้วอาจทำให้เกิดการไขว้เขว สับสน
แก่การปฏิบัติงานของตำรวจอย่างแน่นอน



ขอเรียนเชิญตำรวจอาสา สถานีตำรวจหนองขาม
ร่วมทำบุญตักบาตรเนื่องในวัน
ตำรวจแห่งชาติ
ในวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๓
ณ  สถานีตำรวจหนองขาม

วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553

การแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตร


ขอเชิญชมการแข่งฟุตบอลนัดพิเศษ

ระหว่าง  ตำรวจ สภ.หนองขาม

กับ
ชมรมผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง
( ไทย และ ญี่ปุ่น )

วันที่ 8 ตุลาคม 2553

เริ่มบดเกือกตั้งแต่เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป

ณ  สนามเฉลิมพระเกียรติ ริมอ่างเก็บน้ำหนองค้อ
เทศบาลเจ้าพระยาสุระศักดิ์ 

แมทต์ แห่งศักดิ์ศรี งานนี้ห้ามพลาด

วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2553

สถานีตำรวจภูธรหนองขามมอบวุฒิบัตร ตำรวจอาสา


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ต.ค. 53 ที่ ห้องประชุมราชพฤกษ์ โรงเรียนชุมชนวัดหนองค้อ ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา พ.ต.ท.กันตพัฒน์ เนติพิชยาพงศ์ สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรหนองขาม พร้อมด้วย พ.ต.ต. กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี สารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรหนองขาม และ ร.ต.อ.นัทธกานต์ ประทุมตรี รองสารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรหนองขาม ร่วมกันมอบวุฒิบัตรให้กับอาสาสมัครที่ผ่านการฝึกอบรม ในโครงการฝึกอบรมตำรวจอาสา ประจำปี 2553 เพื่อให้ภาคประชาชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยงานของข้าราชการตำรวจ ในการหาเบาะแส แจ้งข่าว เหตุอาชญากรรมต่างๆ เช่น การโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ลัก วิ่ง ชิง ปล้น ตลอดจนคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ซึ่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรหนองขาม อาจยังไม่เพียงพอต่อการดูแลพื้นที่ จึงต้องอาศัยประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งนี้ผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับความรู้ด้านกฎหมายในเบื้องต้นเกี่ยวกับการเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน การสังเกตหน้าตารูปพรรณคนร้าย การใช้วิทยุสื่อสารในการแจ้งเหตุ พร้อมทั้งได้เรียนรู้ยุทธวิธีการป้องกันตนเอง และขอบเขตหน้าที่ในกาปฏิบัติงาน และในวันนี้ทางตำรวจอาสาสถานีตำรวจภูธรหนองขามยังได้รวมตัวกันจัดตั้งชมรมตำรวจอาสาสถานีตำรวจภูธรหนองขาม ขึ้นมาสมาชิกดำเนินกิจกรรมร่วมกันและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับสมาชิกและการช่วยเหลือสังคมควบคู่การส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนางานด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน










วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553

แนะนำตู้สายตรวจปิ่นทอง



ตู้สายตรวจปิ่นทอง
รักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
รับผิดชอบบริเวณ นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทองทั้งหมดและพื้นที่ใกล้เคียงรอบๆนิคมฯ
โดยมี นายดาบตำรวจ ประมิตร  สุริยะ ผบ.หมู่งาน ปป. เป็นหัวหน้า

ตำรวจอาสาหนองขามนำสิ่งของอุปโภคบริโภคและอุปกรณ์กีฬาแจกนักเรียนในชนบท

ตร.อส.สถานีตำรวจหนองขามนำอุปกรณ์กีฬา เสื้อผ้า รองเท้า อุปกรณ์การเรียน การสอน สมุดหนังสือ พร้อมทุนการศึกษา มอบให้กับโรงเรียนตลุกคูณพัฒนา อ.ซับใหญ่ จ.ชัยภูมิ

ตำรวจอาสาหนองขาม


เด็กนักเรียนได้รับของแจกกันอย่างมีความสุข


เข้าแถวทยอยรับของแจก

ตำรวจถ่ายรูปเก็กก่อนกลับ



วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553

การแข่งขันฟุตบอลกระชับความสัมพันธ์

การแข่งขันฟุตบอลกระชับความสัมพันธ์
ระหว่างข้าราชการตำรวจ สภ.หนองขาม
กับ ผู้บริหารชาวญี่ปุ่น และ ชาวไทย
เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2553
ณ สนามฟุตบอลเฉลิมพระเกียรติ เทศบาลเจ้าพระยาสุระศักดิ์


ผลเคี้ยวกันไม่ลงเสมอ 4-4

จบเกมส์ร่วมรับประทานอาหารที่ร้านครัวสมศรี