ชมรมตำรวจอาสาสถานีตรวจภูธรหนองขาม

วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2554

ตำรวจอาสา สภ.หนองขามฝึกทบทวน

ภาพกิจกรรม ตำรวจอาสาฝึกทบทวน
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2554
ณ. ที่พักสายตรวจ สภ.หนองขาม เครือสหพัฒน์
โดย พ.ต.ท. กฤชมงกุฎ  บูรณะภัคดี  ส.ว.ป




























วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ประชุมตำรวจอาสา สภ.หนองขามประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2554




ขอเชิญตำรวจอาสา สถานีตำรวจภูธรหนองขาม ( ชุดหนองขาม ) ทุกท่าน
เข้าร่วมประชุมประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2554
ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2554
เวลา 08.00 น.  ถึง 12.00 น.
ณ ที่ทำการชุมชน ข้างสาธารณะสุข 

จึงเรียนมาให้รับทราบโดยทั่วกัน

วันอังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ตำรวจอาสา สภ.หนองขาม ยินดีต้อนรับ ผกก.คนใหม่


ยินดีต้อนรับ ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรหนองขามคนใหม่
พ.ต.อ. วิทยา ศรีประเสริฐภาพ

และ

พ.ต.ท. ฐิติพงศ์  สุขเทียน  รอง ผกก.สส. สภ.หนองขาม
พ.ต.ท. สุรสิทธิ์  เนื่องจำนงค์  รอง ผกก.ป. สภ.หนองขาม
ร.ต.อ. ศิริวุฒิ  พัดวิจิตร  สว.อก. สภ.หนองขาม


และนายตำรวจ สภ.หนองขามที่ได้ไปปฏิบัติหน้าที่แห่งใหม่


พ.ต.ท. กันตพัฒน์  เนติพิชยาพงศ์
ไปดำรงตำแหน่ง สารวัตรใหญ่ สภ.วังคู  จว.ฉะเชิงเทรา

พ.ต.ท. ทวี  กุดแถลง
ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผกก.สส. สภ.คลองใหญ่ จว.ตราด

พ.ต.ท. สถิตย์   พราวแดง
ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผกก.ป. สภ.หนองหมากฝ้าย  จว.สระแก้ว

ร.ต.อ. สมมิตร  พรมตอง
ไปดำรงตำแหน่ง สว.อก. สภ.ดงละคร  จว.นครนายก

ร.ต.อ. อานนท์  ตางาม 
ไปดำรงตำแหน่ง สว.สส. สภ.นิคมพัฒนา จว.ระยอง

วันพุธที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2554

การวิจัยศึกษากรณีตำรวจอาสา



วิถีชีวิตตำรวจอาสาในชุมชนเมือง
ศึกษากรณี ตำรวจอาสาสถานีภูธรเมืองชลบุรี
(Lifestyle of Volunteer Police in Urban Community: The Case Study of Volunteer Police
of Chonburi Police Station)
สุเนตร สุวรรณละออง
1,Ph.D.

คลิ๊กอ่านรายละเอียด



52
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
การจัดประชุมวิชาการ เวทีวิจัยมนุษย์กับสังคม

วันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2554

งานสังสรรค์ปีใหม่




ขอเรียนเชิญตำรวจอาสา สภ. หนองขาม และครอบครัวร่วมงานพบปะสังสรรค์ปีใหม่ 2554   
ในวันที่ 23 มกราคม 2554 
 ณ  หลังที่พักสายตรวจ สภ.หนองขาม เครือสหพัฒน์ 
เริ่มตั้งแต่เวลา 18:00 น.เป็นต้นไป
( โต๊ะจีน และ การแสดงดนตรีบนเวที พร้อมจับของขวัญ )

วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ผู้ช่วยเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ตรวจสถานบันเทิงป้องกันอาญชกรรม




ตำรวจอาสาเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ช่วยกันตรวจบัตรประชาชนนักท่องเที่ยว
ตามสถานบันเทิงต่างๆเพื่อป้องกันอาญชกรรม
ในพื้นที่รับผิดชอบ สภ.หนองขาม
โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้นำทีม





นักท่องเที่ยวและพนักงานสถานประกอบการให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี



ให้คำแนะนำโดยตำรวจอาสาหญิง




ทุกคนที่มาดื่มกินพกบัตรประชาชนมาทุกคน





ตำรวจอาสา สภ.หนองขาม ปฎิบัติหน้าด้วยความสุภาพ






โชว์บัตรประชาชน



มีแต่ใบขับขี่

วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เมาไม่ขับ


เพิ่มโทษเมาแล้วขับ


กำลังอยู่ในช่วงโค้งสุดท้าย...เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ หลายหน่วยงานเร่งรณรงค์ให้ผู้คนตระหนักถึงอุบัติเหตุ ที่จะเกิดขึ้นระหว่างเดินทาง

          สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ระบุว่า 1 ล้าน 2 แสนคน...คือตัวเลขผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนทั่วโลกในแต่ละปี

          ในจำนวนนี้มีชีวิตที่จากไปบนท้องถนนเมืองไทยไม่น้อย...ปี 2551 มีผู้เสียชีวิต 11,267 คน...ตายเฉลี่ยวันละ 33 คน

          ถ้าเป็นช่วงเทศกาลใหญ่ จะตายเพิ่มเป็นทวีคูณ อยู่ที่วันละ 5060 คน หากคิดเป็นอัตราผู้เสียชีวิต พบว่า สูงถึง 17.7 คนต่อประชากร 1 แสนคน

          สะท้อนว่า...อุบัติเหตุทางถนนเป็นปัญหาที่หนักหนาในบ้านเรา

          อุบัติเหตุไม่ใช่เรื่องของเวรกรรมหรือโชคชะตา แต่เป็นปัญหาที่ป้องกันได้ ผลการศึกษาขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า การออกแบบผังเมือง และการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่มีคุณภาพเป็นหัวใจหนึ่งในการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

          เมื่อดูในเชิงโครงสร้าง แนวโน้มการขนส่งสาธารณะประเทศไทย โตเพียง 10-20 เปอร์เซ็นต์ เป็นสัดส่วนที่ช้าเมื่อเทียบ
กับปริมาณรถส่วนบุคคล...ที่เพิ่มถึง 80 เปอร์เซ็นต์



      คำถามสำคัญมีว่า...ใครต้องรับผิดชอบ?

          งานประชุมวิชาการ "ยกระดับการบังคับใช้กฎหมายเมาแล้วขับให้มีประสิทธิภาพ" จัดโดยศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) มูลนิธิเมาไม่ขับ เครือข่ายลดอุบัติเหตุและสำนักงานองค์กรงดเหล้า สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่จังหวัดชลบุรี เมื่อเร็วๆนี้

          นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) ให้ทรรศนะว่า ประเทศไทยถึงจะมีกฎหมาย...เมาแล้วขับ มีโทษทั้งจับและปรับ เพิกถอนหรือระงับใบอนุญาตขับขี่ รวมทั้งนำมาตรการคุมประพฤติมาใช้ แต่ยังไม่สามารถลดการเกิดอุบัติเหตุได้

          "องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้คะแนนมาตรการแก้ปัญหาเมาแล้วขับ ของไทยเพียง 5 เต็ม 10 คะแนน...ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ต่ำ เป็นผลจากการดำเนินการตรวจจับและการลงโทษที่ยังขาดประสิทธิภาพ"

          เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่ดำเนินการแก้ปัญหาเมาแล้วขับอย่างได้ผล เช่น ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น พบว่า ประเทศเหล่านี้มีมาตรการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในผู้ขับขี่ได้อย่างครอบคลุม รวมทั้งมีบทลงโทษผู้กระทำผิดในสัดส่วนที่สูงทั้งโทษจำและโทษปรับ

          นพ.ธนะพงศ์ บอกอีกว่า รัฐวิกตอเรีย ในออสเตรเลีย มีประชากร 4.8 ล้านคน แต่มีมาตรการด้านวิศวกรรมจราจรและการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด จนสามารถลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนจากประมาณ 1,000 ราย เหลือเพียง 300 ราย

          ปี 2551 สามารถตรวจระดับแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่รถได้ถึง 3.5 ล้านครั้ง แม้จะมีตำรวจจราจรเพียง 3 พันคน

          เหลียวมองประเทศไทย...การบังคับใช้กฎหมายยังขาดประสิทธิภาพ อุปกรณ์ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ก็ยังมีจำกัด ไม่เพียงพอครอบคลุม รวมถึงบทลงโทษผู้กระทำความผิดยังไม่สามารถลดพฤติกรรมเมาแล้วขับได้

          ผลการสำรวจพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าควรเพิ่มโทษ ค่าปรับให้สูงขึ้นโดยเฉพาะผู้ที่กระทำผิดซ้ำและเพิ่มโทษกักขังแทนการลงอาญา

          ต่างประเทศ 1 ใน 3...ของคนที่ฝ่าฝืนกฎหมายเมาแล้วขับ เป็นการทำผิดซ้ำ หลายประเทศจึงกำหนดมาตรการลงโทษเฉพาะสำหรับผู้ กระทำผิดซ้ำ

          เช่น โทษจำคุก ปรับ และยึดใบขับขี่ ยึดทะเบียนรถหรือยึดรถ และให้เข้ารับการบำบัดการติดเหล้า

          ย้ำสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุทางถนน 4 ประการ หนึ่ง...ดื่มแล้วขับ สอง...ขับรถซิ่ง สาม...ง่วงแล้วขับ สี่...ขับรถสวนทาง สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะว่า ทางรอดที่ทำได้ง่ายๆ เริ่มจาก...

          "ตั้งสติก่อนสตาร์ต" แล้วก็ปฏิบัติตนด้วยการย้อนศรสาเหตุข้างต้น "ดื่มไม่ขับ...ขับไม่ซิ่ง...ง่วงไม่ขับ แล้วก็...โทร.ไม่ขับ"

          ย้ำให้รู้กันบ่อยๆ กฎหมายห้ามผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

          ผู้ที่ดื่มแล้วขับ ถูกตรวจพบว่ามีระดับแอลกอฮอล์เกิน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี...ปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ศาลอาจสั่งให้ถูกคุมประพฤติ ทำงานบริการสังคม ซึ่งอยู่ในดุลยพินิจของศาล

          ดื่มแล้วขับ...ถูกจับคุมประพฤติ จะถูกให้พักใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 2 เดือน, ต้องทำงานบริการสังคม, ต้องเข้ารับการอบรมหลักสูตร "การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม" ภายใต้การดูแลของเจ้าพนักงานคุมประพฤติ

          กรณีดื่มแล้วขับ...ทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ หรือได้รับอันตราย มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี...ปรับไม่เกิน 20,000-40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน

          หากทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายบาดเจ็บสาหัส มีโทษจำคุก 26 ปี... ปรับ 40,000100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใบอนุญาตขับขี่ ไม่น้อยกว่า 1 ปี

          โทษขั้นรุนแรงที่สุด ดื่มแล้วขับ ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

          จำคุก 310 ปี...ปรับ 60,000200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

          สมัชชาสุขภาพ รายงานบรรยากาศลานเบียร์ช่วงลมหนาว ที่ผุดขึ้นมาทั่วเขตเมือง พร้อมกับกิจกรรมส่งเสริมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในหลากหลายรูปแบบ

          จัดคอนเสิร์ต กิจกรรมบันเทิงดารา นักร้อง คนดัง...เจาะกลุ่มนักดื่มวัยรุ่น วัยทำงาน ด้วยการพ่วงชื่อยี่ห้อ พร้อมส่วนลด...ตามเงื่อนไข เข้าไปในบัตรกิจกรรมนั้นๆ

          ที่ต้องตอกย้ำ เพราะแอลกอฮอล์ไม่ใช่สินค้าธรรมดา คนไทยไม่น้อยนิยมบริโภคในปริมาณสูงจนน่าตกใจ...ขณะเดียวกัน ก็มีนักดื่มหน้าใหม่เพิ่มขึ้นปีละ 260,000 คน

          โดยเฉพาะช่วงอายุ 1219 ปี...เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก



          องค์การอนามัยโลกแสดงตารางเปรียบเทียบการดื่มในวัยผู้ใหญ่...ภายใน 2 ชั่วโมง พบว่า นักดื่มผู้ใหญ่ชาย ดื่ม 5 แก้ว...ปริมาณดื่มแอลกอฮอล์เฉลี่ยต่อวัน 85.72 กรัม มีระดับความเมา... "ดื่มหนักจนเมามาย"

          นักดื่มผู้ใหญ่หญิง ดื่ม 4 แก้ว...ปริมาณดื่มแอลกอฮอล์เฉลี่ยต่อวัน 51.99 กรัม มีระดับความเมา...เมามายเท่ากัน

          ถ้าเป็นนักดื่มเยาวชนหน้าใหม่ชาย ตารางไม่ได้ระบุจำนวนแก้ว แต่วัด... ปริมาณดื่มแอลกอฮอล์เฉลี่ยต่อวันได้สูงถึง 1,118.35 กรัม มีระดับความเมา... "ดื่มหนักจนอันตราย"

          ส่วนนักดื่มหน้าใหม่เยาวชนหญิง ปริมาณดื่มแอลกอฮอล์เฉลี่ยต่อวัน อยู่ที่ 61.99 กรัม มีระดับความเมา... "ดื่มหนักจนอันตราย" เหมือนกัน

          "ที่น่าเป็นห่วง...อายุเฉลี่ยของนักดื่มหน้าใหม่เริ่มลดลง จากเดิมที่เป็นนักเรียน นักศึกษาระดับมัธยมศึกษา แต่ปัจจุบันพบว่า นักเรียนในระดับประถมศึกษาก็เริ่มมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน" สงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานองค์กรงดเหล้า สสส. บอก

          สงกรานต์ บอกว่า ประเทศไทยเก็บภาษีจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ปีละประมาณ 9 หมื่นล้านบาท แต่จากรายงานของกระทรวงสาธารณสุข กลับพบว่า... ประเทศไทยต้องสูญเสียรายได้ให้กับธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์... ตกประมาณปีละ 4 แสนล้านบาท



          "สอง...แสนล้านบาท ได้จากผู้ที่ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาบริโภค ส่วนใหญ่ จะเป็นผู้ที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง...ส่วนอีก...สองแสนล้านบาท ได้จากภาษีของประชาชนที่รัฐบาลนำไปใช้เยียวยาความสูญเสียที่เกิดจากอุบัติเหตุ...เมาแล้วขับ"

          เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นพิษภัยสำคัญที่เกี่ยวโยงกับสุขภาวะคนไทยทั้งประเทศ การที่รัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเยียวยาปัญหาที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งทางตรง...ทางอ้อม ถือเป็นภาระที่ใหญ่หลวง

          เมื่อเทียบภาษีที่เก็บได้กับความเสียหายที่เกิดขึ้น...ยังไงๆก็ได้ไม่คุ้มเสีย

          ทางออกสำคัญ...ยุทธศาสตร์ชาติ จะต้องขับเคลื่อนกฎหมาย นโยบายควบคุมน้ำเมาให้เข้มข้น เพื่อลด ควบคุมขนาด...ความรุนแรงของปัญหาแอลกอฮอล์ในสังคมไทยอย่างได้ผล












ด้วยความปราถนาดีจาก
ตำรวจอาสา สภ.หนองขาม